ซอสทำกิมจิ โคชูจัง

ทำกิมจิไม่มีพริกเกาหลี ก็ทำได้ด้วยโคชูจัง อร่อยแบบต้นตำรับ

          วัตถุดิบที่สำคัญที่ใช้ในการทำซอสสำหรับใช้หมักกิมจิก็ คือพริกเกาหลี ซึ่งในไทยเองบางพื้นที่ก็ไม่มีพริกเกาหลีให้เลือกซื้อกัน เราจึงได้นำเอาสูตรซอสกิมจิที่ประยุกต์ใช้ โคชูจัง ซึ่งหาซื้อได้ง่ายกว่ามาใช้ทำซอสกิมจิ ซึ่งวิธีทำก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิดครับ

ดูวิธีทำซอสกิมจิ แบบไม่มีพริกเกาหลี กดคลิกที่คลิปด้านล่างได้เลยครับ

สนใจสั่งซื้อ ส่วนผสมสำหรับทำซอสกิมจิ สูตรไม่มีพริกเกาหลี คลิกปุ่มด้านล่างได้เลยครับ

สารบัญ

1

ส่วนผสม ซอสกิมจิสูตรโคชูจัง

  • โคชูจัง 200 กรัม
  • น้ำตาลทรายแดง 30 กรัม
  • ขิง 30 กรัม
  • หอมใหญ่ 150 กรัม
  • กระเทียม 40 กรัม
  • น้ำปลา 50 มิลลิลิตร
  • น้ำเปล่า 400 มิลลิลิตร
  • แป้งข้าวเจ้า  10 กรัม
2

วิธีทำ ซอสกิมจิสูตรโคชูจัง

         1.) นำหอมหัวใหญ่ที่ปอกและหั่นเป็นชิ้นๆแล้ว อีก 150 กรัม

ปั่นหอมใหญ่ด้วยเครื่องปั่น

         2.) ตามด้วยกระเทียม 40 กรัม ขิง 30 กรัม ใส่ลงไปในเครื่องปั่น

ปั่นกระเทียมให้ละเอียด
ปั่นขิงให้ละเอียด
แบรนด์เนอร์โคชูจัง

         3.) ปั่นทั้งหมดให้เข้าด้วยกันจนละเอียด

ปั่นเครื่องแกงให้ละเอียด

         4.) ใส่น้ำลงไปในหม้อ 400 มิลลิลิตร

ตั้งหม้อสำหรับต้ม

         5.) แบ่งน้ำที่ยังไม่ร้อนจากในหม้อเล็กน้อย นำแป้งข้าวเจ้ามาละลาย 10 กรัม

ผสมแป้งข้าวเจ้ากับน้ำ

         6.) นำแป้งข้าวเจ้าที่ละลายน้ำดีแล้วเทลงไปในหม้อ

Rice Flour Water
แบนเนอร์พริกป่นเกาหลี

         7.) คนไปเรื่อยๆจนแป้งเริ่มเหนียว

Mix Rice Flour Water

         8.) ใส่น้ำปลา 50 มิลลิลิตร

ปรุงรสด้วยน้ำปลา

         9.) และน้ำตาลทรายแดง 30 กรัมลงไป

ปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายแดง

         10.) คนต่อไปเรื่อยๆจนน้ำตาลละลายหมด

คนให้ส่วนผสมละลาย

         11.) ใส่กระเทียม ขิง และหอมใหญ่ที่ปั่นเอาไว้ในตอนแรกลงไป

ใส่ส่วนผสมลงในหม้อต้ม

         12.) คนอีกรอบนึง ให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันพอประมาณ

คนส่วนผสมในหม้อต้ม
แบนเนอร์พริกป่นเกาหลี

         13. แล้วใส่โคชูจังลงไป 200 กรัม

ส่วนผสม โคชูจัง

         14. คนต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าโคชูจังจะละลายหมด และส่วนผสมทั้งหมดเป็นเนื้อเดียวกัน

คนให้ส่วนผสมในหม้อละลาย

         15. ปิดเตาแล้วยกลง รอให้เย็นแล้วทำไปทำกิมจิได้เลยครับ

ปล่อยให้ซอสทำกิมจิเย็น

         สำหรับสัดส่วนในการทำกิมจิคือ 3:7 หรือ ใช้ซอส 300 กรัม นำมะหมักกับผัก 700 กรัม ก็จะได้กิมจิไว้ทาน 1 กิโลกรัมครับ

ซอสหมักกิมจิ โคชูจัง

         และสามารถดูวิธีการทำซอสกิมจิสูตรอื่นๆได้ที่นี่เลยครับ

3

เคล็ดลับความอร่อยที่สำคัญ

เคล็ดลับทำซอสกิมจิให้อร่อย

         เคล็ดลับที่ 1 ควรแบ่งน้ำมาละลายแป้งข้าวเจ้าตั้งแต่น้ำยังไม่ร้อน เพราะหากใช้น้ำที่ร้อนแล้วมาละลายจะให้ให้แป้งจับกันเป็นก้อน

        เคล็ดลับที่ 2 โคชูจังต้องคนให้ละลาย เพราะโคชูจังเป็นเครื่องปรุงที่ไหม้ง่าย เมื่อลงถึงก้นหม้อแล้ว หากไม่ทำการคนหรือจับตัวเป็นก้อนจะไหม้ ส่งผลให็ซอสทั้งหม้มีกลิ่นไหม้ไปด้วย

        เคล็ดลับที่ 3 จะเห็นได้ว่าในซอสกิมจิจะยังไม่ส่วนผสมที่ให้รสเปรี้ยว เพราะรสเปรี้ยวจะเกิดขึ้นเมื่อนำซอสกิมจิไปหมักกับผักเป็นระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น

        ในส่วนเคล็ดลับการทำให้กิมจิมีรสชาติเปรี้ยว เค็ม อร่อยกลมกล่อม อ่านเพิ่มเติมด้านล่างเลยครับ

         ในภาษาเกาหลีซอสกิมจิ เรียกว่า 김치소스  Kimchi Soseu หรือคำอ่านในภาษาไทย ออกเสียงว่า (กิม-จิ-โซ-เสะ) ซึ่ง 소스 หมายถึงเครื่องปรุงประเภทของเหลวหรือซอสนั่นเอง

         ส่วนของโคชูจัง จะเขียนว่า 고추장 Gochujang ออกเสียงเป็นภาษาไทยว่า (โก-ชู-จาง)

         ในภาษาอังกฤษ “ซอสกิมจิ” จะเรียกว่า Kimchi Sauce หรือ Kimchi paste และ “โคชูจัง” จะเรียกว่า Korean red chili paste

ส่วนคำถามอื่นๆที่น่าสนใจเกี่ยวกับกิมจิ สามารถติดตามอ่านได้ที่ลิงค์ด้านล่างได้เลยครับ

         กิมจินั้นมีมากกว่า 200 ชนิด ซึ่งซอสกิมจิสูตรโคชูจังถึงแม้จะไม่มีพริกเกาหลีแต่ก็สามารถเอาไปทำกิมจิได้ทุกประเภท เพราะในโคชูจังก็มีพริกเกาหลีเป็นส่วนผสมหลักอยู่แล้ว และหาซื้อได้ง่ายกว่าพริกป่นเกาหลีล้วนๆ

         ในการทำกิมจิแต่ละประเภทนั้นอาจจะมีเคล็ดลับเล็กๆน้อยๆ แตกต่างกันตามประเภทผักที่เอามาใช้ ซึ่งวิธีทำหลักๆแล้วก็คือการนำซอสกิมจิมาคลุกเคล้ากับวัตถุดิบที่เลือกใช้เท่านั้นครับ

         ซึ่งเราได้รวมวิธีทำกิมจิโดยใช้ซอสกิมจิไว้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้แล้ว คลิ๊กอ่านกันได้เลยครับ

6

ประโยชน์ของซอสกิมจิสูตรโคชูจัง

         โคชูจังเป็นเครื่องปรุงเกาหลีชนิดหนึ่งที่ถูกนำไปใช้ในอาหารเกาหลีหลายเมนู ประกอบไปด้วยส่วนผสมที่มีคุณค่าทางอาหารมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพริกเกาหลี ถั่วเหลืองหมัก และ มอลต์

         จึงทำให้โคชูจังเป็นเครื่องปรุงที่ให้ทั้ง วิตามินเอ  วิตามินซี ธาตุเหล็ก ใยอาหาร โพรไบโอติกส์ รวมถึงเคปไซซินจากพริกเกาหลี ซึ่งมีส่วนช่วยเรื่องระบบเผาผลาญของร่างกายได้อีกด้วย

         อย่างไรก็ตาม เพียงแค่ประโยชน์จากซอสกิมจิอย่างเดียวคงไม่ได้ทำให้กิมจิถูกยกให้เป็นสุดยอดอาหาร แต่ประโยชน์อันมากมายของกิมจิจะเกิดขึ้นหลังการนำเอาซอสกิมจิไปหมักกับวัตถุดิบ

         กระบวนการหมักจะทำให้จำนวนจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์เติบโตขึ้น รวมถึงการเพิ่มขึ้นของสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆอีกด้วย โดยสามารถอ่านประโยชน์ของกิมจิเพิ่มเติมที่ลิงค์ด้านล่างเลยครับ

7

สรุป

  • ถึงแม้จะไม่มีพริกเกาหลี ส่วนผสมสำคัญในการทำซอสกิมจิ แต่สมารถใช้โคชูจังที่หาซื้อได้ง่ายกว่ามาแทนได้
  • ต้องละลายแป้งข้าวเจ้าให้ละลายก่อนที่จะเทลงไปในหม้อ เพื่อให้ซอสกิมจิมีสัมผัสที่เนียนเป็นเนื้อเดียวกัน
  • ควรคนโคชูจังให้ละลาย เพราะเป็นเครื่องปรุงที่ไหม้ง่าย หากปล่อยให้โคชูจังไหม้ จะทำให้ซอสมีกลิ่นไหม้ไปทั้งหม้อ
  • ซอสกิมจิสูตรโคชูจังสามารถนำไปหมักได้กับกิมจิได้ทุกประเภทเหมือนซอสกิมจิสูตรอื่นๆ
  • โคชูจังเป็นเครื่องปรุงเกาหลีที่เรียกได้ว่าสารพัดประโยชน์ หากชอบทานอาหารเกาหลี มีโคชูจังติดบ้านไว้จะดีมากเลยครับ
  • นอกจากวิธีทำซอสกิมจิหลากหลายแบบที่เรารวบรวมไว้ ยังสามารถติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับกิมจิแบบจัดเต็มที่ลิงค์ด้านล่างได้เลยครับ

CONTRIBUTOR

Chefoj

Chef OJ
Chef

พี่น้ำ

น้ำ อัญชลี
Food Team

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *