ทำกิมจิเห็ดเข็มทอง

กิมจิเห็ดเข็มทอง เคี้ยวกรุบๆ อร่อย กินได้ไม่มีเบื่อ

         เห็ดเข็มทองเป็นเห็ดที่ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดเห็ดที่มีรสชาติอร่อย เมื่อนำเอามาทำกิมจิมันจึงกลายเป็นกิมจิที่มีรสชาติเยี่ยม และด้วยวิธีทำที่ไม่ซับซ้อน ทำให้มันกลายเป็นกิมจิที่น่าทานมากๆชนิดนึงเลยครับ

ดูวิธีทำกิมจิเห็ดเข็มทอง กดคลิกที่คลิปด้านล่างได้เลยครับ

สนใจสั่งซื้อ ส่วนผสมสำหรับทำกิมจิเห็ดเข็มทองคลิกปุ่มด้านล่างได้เลยครับ

สารบัญ

1

ส่วนผสม

2

วิธีทำ

         1.) นำเห็ดเข็มทองมาตัดส่วนโคนออกให้หมด จากนั้นดึงเห็ดที่จับกันเป็นก้อนให้แยกออกมาจากกัน

ตัดรากเห็ดเข็มทอง

         2.) ตั้งหม้อสำหรับลวกเห็ดเข็มทอง จากนั้นนำเห็ดเข็มทองลงไปลวกประมาณ 1 นาที

ลวกเห็ดเข็มทอง

         3.) เมื่อสุกแล้วให้นำมาล้างน้ำสะอาดเพื่อให้เห็ดคลายความร้อน จากนั้นบีบน้ำออกจากเห็ดให้ได้มากที่สุด

บีบน้ำออกจากเห็ดเข็มทอง
แบนเนอร์ซอสทำกิมจิสำเร็จรูป

         4.) นำส่วนผสมทั้งหมดที่เราเตรียมไว้ ลงในภาชนะสำหรับทำกิมจิของเรา

เตรียมภาขนะผสมกิมจิเหดเข็มทอง

         5.) ฉีกซองและเท ซอสทำกิมจิสำเร็จรูป ตรามิสเตอร์เค แค่เทก็อร่อย ขนาด 150 กรัมลงไปครับ

ซอสทำกิมจิ มิสเตอร์เค

         6.) คลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ขั้นตอนนี้ใครชอบรสเผ็ด ใส่พริกป่นที่แถมข้างซองเพิ่มได้นะครับ

Mix Kimchi

         7.) สุดท้ายโรยด้วยงาขาว นำใส่ภาชนะที่มีฝาปิดสนิท เก็บไว้ในตู้เย็น 3-5 วันครับ แต่ถ้าหากเพื่อนๆ ที่ไม่ชอบทานกิมจิแบบเปรี้ยว ก็สามารถทานได้ทันที ไม่ต้องหมักเพิ่มครับ

งาขาวใส่กิมจิ

         เกร็ดความรู้ : กิมจิสามารถเก็บไว้ได้นานแค่ไหน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์ด้านล่างเลยครับ

         กิมจิสามารถเก็บไว้ทานได้หลายวัน แต่หากไม่แต่ใจว่ากิมจิที่เก็บไว้หลายวันแล้วเสียหรือไม่สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์ด้านล่างได้เลยครับ

3

เคล็ดลับความอร่อยที่สำคัญ

         เคล็ดลับที่ 1 การทำกิมจิแครอทจริงๆแล้วจะใช้เพียงแค่แครอทกับซอสกิมจิ ก็ทำได้แล้ว แต่การใส่หัวไชเท้าซอยเป็นเส้นลงไปเล็กน้อยช่วยให้เวลารับประทานจะได้ รสสัมผัสฉ่ำน้ำของหัวไชเท้าแทรกอยู่ ทำให้กิมจิแครอทอร่อยขึ้น

         เคล็ดลับที่ 2 การแยกเห็ดเข็มทองเป็นชิ้นเล็กๆ ยังช่วยให้ซอสกิมจิสามารถแทรกซึมไปในเนื้อเห็ดได้อย่างทั่วถึงอีกด้วย

เคล็ดลับความอร่อย การทำกิมจิ

         เคล็ดลับที่ 3 ไม่ควรลวกเห็ดเข็มทองนานเกินไป เพราะจะทำให้เห็ดเสียความกรุบไป แต่อย่างไรก็ยังควรลวกให้สุกเพื่อหลีกเลี่ยงการปนเปื้อน โดยเฉพาะเชื้อ listeria ที่มักพบในเห็ดเข็มทอง

         เคล็ดลับที่ 4 หลังจากลวกเห็ดแล้วควรบีบน้ำออกให้แห้งที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะหากปล่อยให้มีน้ำค้างอยู่ในเห็ดมาก จะทำให้กิมจิที่หมักรสชาติไม่เข้มข้น

สำหรับเคล็ดลับการทำให้กิมจิมีรสชาติกลมกล่อมถูกใจสามารถอ่านเพิ่มเติมด้านล่างได้เลยครับ

4

กิมจิเห็ดเข็มทองในภาษาอื่น ๆ เรียกว่าอะไร?

        ในภาษาเกาหลีกิมจิเห็ดเข็มทอง เรียกว่า 팽이버섯김치  paengi beoseot-kimchi หรือคำอ่านในภาษาไทย ออกเสียงว่า (เพง-อี-บอ-ซอท-กิม-จี) ซึ่งในภาษาเกาหลี  팽이버섯 แปลว่า “เห็ดเข็มทอง” 

        สำหรับในภาษาอังกฤษเห็ดเข็มทองเรียกว่า Enoki mushroom หรือ Enokitake  ซึ่งทับศัพท์มาจากคำว่า เห็ดเข็มทองในภาษาญี่ปุ่น

สำหรับคำถามอื่นๆที่น่าสนใจเกี่ยวกับกิมจิ สามารถติดตามอ่านได้ที่ลิงค์ด้านล่างได้เลยครับ

5

ประโยชน์ของกิมจิเห็ดเข็มทอง

         เห็ดเข็มทองนอกจากจะเป็ดเห็ดที่มีรสชาติดีแล้ว ยังอุดมไปด้วยใยอาหารที่ช่วยในการเผาผลาญและลดการดูดซึมโคเรสเตอรอล

         นอกจากนี้ยังมีสารภูมิคุ้มกันที่ได้จากเห็ดรา ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวอีกด้วย

         เมื่อนำหัวไชเท้ามาหมักเข้ากับกิมจิ เราก็จะได้ประโยชน์ของกิมจิเพิ่มไปด้วย โดยอ่านประโยชน์ของกิมจิได้ที่ลิงค์ด้านล่างได้เลยครับ

         เพราะว่ากิมจิเป็นอาหารที่มีประโยชน์อัดแน่นทั้งด้านสุขภาพและความงามนั่นเอง ทำให้ชาวเกาหลีต้องมีกิมจิบนโต๊ะอาหารแทบทุกมื้อนั่นเองครับ

สามารถติดตามอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับกิมจิแบบจัดเต็มได้ที่ลิงค์ด้านล่างเลยครับ

6

กิมจิเห็ดเข็มทองกินกับอะไรดี

         กิมจิเห็ดเข็มทองสามารถนำมาทานเปล่าๆ เป็นเครื่องเคียงได้เช่นเดียวกันกับกิมจิชนิดอื่นๆ แต่ด้วยความกรุบของเนื้อเห็ด การนำกิมจิเห็ดเข็มทองไปประกอบอาหารก็เป็นทางเลือกที่ดี

         นำกิมจิเห็ดเข็มทองที่เปรี้ยวแล้ว ไปใส่ในซุปกิมจิ หรือ นำมาทำแพนเค้กกิมจิ ( กิมจิบูชิมแก – 김치부침개)  ก็ทำให้เมนูนั้นๆมีความน่ารับประทานมากขึ้นอีกครับ

และสามารถดูไอเดียเอากิมจิไปทำเป็นอาหารเพิ่มเติม ได้ที่ลิงค์ด้านล่างเลยครับ

7

สรุป

  • กิมจิเห็ดเข็มทองเป็นกิมจิที่มีความกรุบในตัว ทำให้นำมาทานเปล่าๆก็ดีหรือนำมาปรุงอาหารก็ทำให้อาหารจานนั้นๆอร่อยมากยิ่งขึ้น
  • ควรแยกเห็ดเข็มทองที่จับกันเป็นก้อนใหญ่ๆ ออกจากกัน เพื่อให้ลวกได้สุกอย่างทั่วถึง และซอสกิมจิเข้าเนื้อดี
  • ควรลวกเห็ดให้สุกเพื่อหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนเชื้อโรค แต่อย่าทำให้สุกมากจนเกินไปเห็ดจพะเสียรสชาติ
  • หลังจากลวกแล้วควรบีบน้ำออกให้แห้ง เพื่อไม่ให้น้ำที่เหลือในเนื้อเห็ดทำให้ซอสกิมจิไม่เข้มข้น
  • สำหรับซอสกิมจิยังสามารถเอามาทำกิมจิได้อีกหลายชนิด สามารถอ่านวิธีทำกิมจิชนิดอื่นๆได้ที่ลิงค์ด้านล่างได้เลยครับ

CONTRIBUTOR

Chefoj

Chef OJ
Chef

พี่น้ำ

น้ำ อัญชลี
Food Team

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *